
เช้ามารีบตื่นเดินไปดูพระอาทิตย์ขึ้น เห็นแต่หมอกค่ะ ไม่มีแววว่าจะเห็น เลยเดินต่อไปไหว้พระที่ลานวัดพระแก้ว กลับที่พักเตรียมตัวเดินทางไกล วันนี้จะเดินไปผาหล่มสัก ไปเก้ากิโลเมตร กลับอีกเก้ากิโลเมตร ยังดีที่เป็นทางราบ ไม่งั้นขาที่ระบมคงไม่มีความสามารถพาเราไปถึงได้ เจ้เป้กับนัดชี่แวะถ่ายรูปกันตลอดทาง ผ่านลานกินรีและสระอโนดาตก็แวะกินข้าวกัน พอไปถึงน้ำตกถ้ำสอเหนือก็ได้แต่ปลงกับปริมาณน้ำที่น้อยเหลือเกิน นี่แหละน้ามาผิดช่วง น้ำตกก็ไม่มี เมเปิ้ลก็ไม่เห็น พระอาทิตย์ขึ้นก็ไม่ได้ยล เฮ้อ
ถ่ายที่น้ำตกถ้ำสอเหนือ
จากน้ำตกก็จะผ่านทุ่งหญ้าป่าสน ทางเดินเป็นดินทรายซะส่วนใหญ่ ทำให้เดินลำบากบ้างแต่เดินไปคุยไปก็เหมือนได้ย่นระยะทางไปบางส่วน พอได้ลืมความเมื่อยล้าไปบ้าง และแล้วเราก็มาถึงผาหล่มสักที่รอคอย เจอพวกหญิงอรที่มาถึงก่อนเราหนึ่งชั่วโมง จากนั้นเราก็ถ่ายรูปๆๆๆๆๆๆ
พวกอรจะอยู่รอดูพระอาทิตย์ตก แต่กลุ่มเราตัดสินใจเดินต่อไป เพราะมีแววว่าจะไม่เห็น ถ้าจะตกก็ตกเถอะ ตกตอนไหนก็เห็นตอนนั้นแหละ เพราะทางเดินมันเลียบผาอยู่แล้ว เดินไปก็เริ่มมืด ถ่ายรูปที่ไหนๆก็ดูเหมือนกันไปหมด มีสน มีทุ่งหญ้า มีหน้าผา ฮือๆ
นัดชี่กับทุ่งหญ้า
เดินมาเจอเพื่อนอีกกลุ่มที่ผาเหยียบเมฆ เราแวะกินข้าวเย็นที่นี่ ขณะกินข้าว ก็มีคนตาดีเห็นพระอาทิตย์อยู่เสี้ยวนึงก่อนตก เลยรีบชักภาพเป็นการด่วน ก็ได้มาเท่านี้แหละค่า
กว่าจะกลับถึงที่พักก็สองทุ่มกว่า ขาลากไปตามๆกัน เพื่อนบางส่วนไม่คิดจะเดินไปกินข้าวด้วยซ้ำ นวดกันยกใหญ่ เรารีบอาบน้ำแล้วไปกินข้าว ปวดขาก็ปวด แต่ก็หิวข้าวด้วย จะเอาถ่านไปฝากชาร์จที่ร้านสักหน่อยเผื่อพรุ่งนี้อยากถ่ายอีก ตอนกลับมาบ้านพัก เจอชีทเรื่อง pelvis ของเจ๊เป้ อ้าวเจ๊ เจ๊บอกห้ามพกเอกสารวิชาการใดๆมาเที่ยวไม่ใช่เรอะ ตลกน่ะ สี่ทุ่มไฟก็ดับแล้วจะอ่านยังไงล่ะจ๊ะ
เช้าวันถัดมารีบตื่นไปกินข้าว พาเพื่อนไปโหลดกระเป๋า แล้วออกเดินทางตอนสองโมงครึ่ง ขาลงนี่น่ากลัวกว่าขาขึ้นแฮะ แต่ก็ไปได้เร็วตรงทางลาด วิ่งลงเนินแบบนี้เจ็บนิ้วเท้าชะมัด แรกๆไปได้ไม่เร็วมากเพราะแนนกลัวความสูง เราก็หอบของพะรุงพะรัง หอบขยะลงไปด้วย อยากได้เกียรติบัตรอ่ะ ส่วนมิวหัวใส ไปรอขอป้าร้านค้าที่ซำข้างล่างเอา ก็ได้เหมือนกัน เมื่อถึงข้างล่างก็ได้ยินเสียงเจ๊ๆร้องมาแต่ไกลว่าถึงแล้ว สรุปวันนั้นกลับถึงมหาวิทยาลัยประมาณห้าโมงเย็น แล้วการตะลอนทัวร์ของเราก็สิ้นสุดลง